โคกพลับ เป็นเนินดินเตี้ยๆ ครอบคลุมพื้นที่ประมาณ ๘ ไร่ ตั้งอยู่ในเขตบ้านโคกพลับ ตำบลโพหัก อำเภอบางแพ จังหวัดราชบุรี มีการพบโดยบังเอิญขณะที่กรมชลประทานขุดคลองส่งน้ำ ผ่านกลางเนินของโคกพลับในบริเวณท้องทุ่งโพหักแล้วพบโบราณวัตถุ เช่น โครงกระดูกมนุษย์ กระดูกสัตว์ ภาชนะดินเผา ลูกปัด กำไลหิน เป็นต้น

การสำรวจและขุดค้นทางโบราณคดีของกรมศิลปากรในระหว่างปี พ.ศ.๒๕๒๐–๒๕๒๑ พบหลุมฝังศพหลายหลุม และโครงกระดูกจำนวนทั้งสิ้น ๔๘ โครง ฝังรวมอยู่กับสิ่งของเครื่องใช้เครื่องประดับ

   

โบราณวัตถุที่สำคัญได้แก่ ภาชนะดินเผาเนื้อหยาบขึ้นรูปด้วยมือ ส่วนใหญ่มีขนาดเล็กพบทั้งแบบก้นกลม และรูปทรงคล้ายพานมีเชิง ลักษณะรูปแบบคล้ายคลึงกับที่พบในแหล่งโบราณคดีสมัยก่อนประวัติศาสตร์ของจังหวัดราชบุรีหลายแห่ง นอกจากนี้ยังพบภาชนะดินเผารูปแบบพิเศษ ได้แก่ ภาชนะรูปกลม ลักษณะปากเล็กแคบไม่มีขอบปาก ผิวด้านนอกตกแต่งด้วยการขัดเป็นลวดลายฟันปลาสลับกับจุดเล็กๆ ซึ่งยังไม่ทราบหน้าที่การใช้งาน ภาชนะดินเผาบางใบมีเปลือกหอยทะเลบรรจุอยู่ภายใน โบราณวัตถุประเภทอื่นๆ ที่พบได้แก่ หินดุ กำไลข้อมือที่ทำจากวัสดุต่างๆ เช่น สำริด กระดองเต่า กระดูก หินและเปลือกหอยฝังอยู่กับศพ ขวานหินขัด ใบหอกและหัวธนูสำริด ลูกปัดและตุ้มหูที่ทำจากหินและเปลือกหอย

           
     
   
 
สามารถสันนิษฐานได้ว่าแหล่งโบราณคดีโคกพลับเป็นแหล่งที่อยู่อาศัยของชุมชนก่อนประวัติศาสตร์   ในสังคมเกษตรกรรมที่มีการใช้เครื่องมือสำริด มีอายุประมาณ ๓,๐๐๐-๒,๐๐๐ ปีมาแล้ว จากหลักฐานทางด้านโบราณคดีสะท้อนให้เห็นว่าเป็นชุมชนที่ตั้งอยู่บริเวณชายฝั่งทะเล ที่เป็นแหล่งทรัพยากรธรรมชาติอันอุดมสมบูรณ์ มีการใช้ทรัพยากรทางทะเลในการดำรงชีวิต และทำเครื่องประดับ การติดต่อแลกเปลี่ยนกับชุมชนอื่นๆ ที่ห่างไกลออกไป ดังเช่นมีการพบต่างหูที่ทำจากหินเซอร์เพนไทม์ และหินคาร์เนเลียนสีส้ม ซึ่งเป็นวัตถุที่ไม่มีในพื้นที่แถบนี้ จึงมีความเป็นไปได้ที่นำมาจากชุมชนอื่นโดยเฉพาะจีน เนื่องจากรูปแบบต่างหูดังกล่าวมีความคล้ายคลึงกับต่างหูในสมัยราชวงศ์โจวตะวันออก (๗๗๐–๒๒๑ ปีก่อนคริสต์ศักราช) นอกจากนี้ โบราณวัตถุบางชนิดก็มีรูปแบบคล้ายกับที่เคยพบจากแหล่งโบราณคดีสมัยก่อนประวัติศาสตร์ในประเทศไทย เช่น แหล่งโบราณคดีโคกพนมดี จังหวัดชลบุรี แหล่งโบราณคดีบ้านเชียง
และบ้านนาดี จังหวัดอุดรธานี
 
 
 
http://www.fad1.go.th
เว็บไซต์สำนักศิลปากรที่ ๑ ราชบุรี สำนักโบราณคดี
กรมศิลปากร กระทรวงวัฒนธรรม