เมืองคูบัว เป็นเมืองโบราณในอารยธรรมทวารวดีตั้งอยู่ในลุ่มแม่น้ำแม่กลอง ในเขตตำบลคูบัว อำเภอเมือง จังหวัดราชบุรี ห่างจากศาลากลางจังหวัดราชบุรีไปทางด้านทิศใต้ระยะทางประมาณ ๕ กิโลเมตร แผนผังของเมืองโบราณเป็นรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้าวางตัวตามแนวเหนือ-ใต้
มีคูน้ำคันดินกำแพงเมืองล้อมรอบขนาดความกว้าง ๘๐๐ เมตร ความยาว ๒,๐๐๐ เมตร

ภายในและนอกเขตกำแพงเมืองโบราณพบโบราณสถานที่ก่อสร้างด้วยอิฐจำนวนมากกว่า ๖๐ แห่ง ส่วนใหญ่เป็นพุทธสถานทั้งฝ่ายหินยานและมหายาน ที่มีการประดับตกแต่งด้วยประติมากรรมรูปพระพุทธรูป พระโพธิสัตว์ เทวดา บุคคล และลวดลายต่างๆ ที่ทำมาจากดินเผาและปูนปั้น

       

ในเขตพื้นที่เมืองคูบัวมีการสำรวจพบปูชนียวัตถ ุที่ทำขึ้นเนื่องในพุทธศาสนาเป็นจำนวนมาก เป็นต้นว่า พระพิมพ์ดินเผา พระพุทธรูป พระธรรมจักร รวมทั้งโบราณวัตถุอันเป็นเครื่องประดับ หรือเครื่องใช้ในชีวิตประจำวัน เช่น ชิ้นส่วนภาชนะดินเผา แวดินเผา ตะคันดินเผา ตุ้มหู แหวน กำไล ลูกปัด
หินบด เป็นต้น โบราณวัตถุเครื่องมือเครื่องใช้หลายประเภทมีรูปแบบที่สืบเนื่องมาจากสมัยก่อนประวัติศาสตร์ แต่ใช้เทคโนโลยีในการผลิตสูงขึ้น มีประสิทธิภาพในการใช้งานมากขึ้น แสดงให้เห็นถึงความสืบเนื่องของชุมชนสมัยก่อนประวัติศาสตร์ที่มีการตั้งถิ่นฐานรวมกัน และพัฒนาขึ้นเป็นเมืองขนาดใหญ่

จากหลักฐานทางด้านโบราณคดีทำให้สันนิษฐานได้ว่าเมืองคูบัวเจริญขึ้นราวพุทธศตวรรษที่ ๑๑–๑๖ ในวัฒนธรรม“ ทวารวดี ” อันเป็นการผสมผสานกันเป็นอย่างดีระหว่างรูปแบบวัฒนธรรมท้องถิ่นกับวัฒนธรรมภายนอก ที่แพร่เข้ามาผ่านทางการติดต่อค้าขาย โดยเฉพาะอิทธิพลจากวัฒนธรรมอินเดีย ซึ่งส่งผลทำให้เกิดชุมชนเมืองขึ้นตามลำน้ำสายสำคัญๆ เช่น เมืองนครชัยศรี จังหวัดนครปฐม เมืองอู่ทอง จังหวัดสุพรรณบุรี เมืองละโว้จังหวัดลพบุรี เมืองศรีมโหสถ จังหวัดปราจีนบุรี เมืองศรีเทพ จังหวัดเพชรบูรณ์ เป็นต้น เมืองโบราณเหล่านี้ส่วนใหญ่มีฐานะเป็นเมืองท่าศูนย์กลางในการรวบรวมสินค้าซึ่งร่วมสมัยกับเมืองคูบัว ความเจริญรุ่งเรืองของเมืองคูบัวคงอยู่จนถึงราวพุทธศตวรรษที่ ๑๖–๑๘ ก็เสื่อมความสำคัญลงไป เนื่องจากมีศูนย์กลางความเจริญแห่งใหม่ ภายใต้อิทธิพลของวัฒนธรรมเขมรเกิดขึ้นทางตอนเหนือของเมืองคูบัวบริเวณติดกับแม่น้ำแม่กลอง ซึ่งปรากฏชื่อเมืองตามศิลาจารึกว่า “ชยราชปุรี "

 
 
 
 
http://www.fad1.go.th
เว็บไซต์สำนักศิลปากรที่ ๑ ราชบุรี สำนักโบราณคดี
กรมศิลปากร กระทรวงวัฒนธรรม