เขางู ตั้งอยู่ในเขตตำบลเกาะพลับพลา อำเภอเมือง จังหวัดราชบุรี ห่างออกจากตัวเมืองราชบุรีออกไปทางด้านทิศตะวันตกเฉียงเหนือระยะทางประมาณ ๖ กิโลเมตร ปรากฏหลักฐานทางด้านโบราณคดีอยู่ภายในถ้ำ ๔ แห่ง คือ ถ้ำฤาษี ถ้ำจีน ถ้ำจาม และถ้ำฝาโถ ลักษณะเป็นศาสนสถานที่เกี่ยวเนื่องกับพระพุทธศาสนาสันนิษฐานว่าสร้างขึ้นในสมัยทวารวดี (ราวพุทธศตวรรษที่ ๑๑–๑๓) และมีการใช้ประโยชน์ต่อเนื่องมาจนถึงสมัยกรุงศรีอยุธยาตอนปลาย (ราวพุทธศตวรรษที่ ๒๓–๒๔) ในแต่ละแห่งมีรายละเอียด ดังนี้

ถ้ำฤาษี บนผนังถ้ำมีภาพจำหลักเป็นพระพุทธรูปประทับนั่งห้อยพระบาท พระหัตถ์ขวาแสดงปางแสดงธรรมเทศนา พระหัตถ์ซ้ายวางบนพระเพลา ศิลปะแบบทวารวดี (พุทธศตวรรษที่ ๑๑–๑๓) ซึ่งได้รับอิทธิพลมาจากศิลปะอินเดีย สมัยหลังคุปตะ (พุทธศตวรรษที่ ๑๑–๑๓) ระหว่างข้อพระบาทมีจารึกอักษรปัลลวะ ภาษาสันสกฤต จำนวน ๑ บรรทัด มีอักษรทั้งหมด ๑๒ ตัว เป็นรูปแบบอักษรที่นิยมใช้ในประเทศอินเดียตอนใต้ ในช่วงประมาณพุทธศตวรรษที่ ๑๑–๑๒ อ่านได้ว่า “ปุญกรมชระ ศรีสมาธิคุปต(ะ)” แปลว่า “พระศรีสมาธิคุปตะเป็นผู้บริสุทธิ์ด้วยการทำบุญ” ลักษณะของพระพุทธรูปนั่งห้อยพระบาทนี้คล้ายกับ พระพุทธรูปนั่งห้อยพระบาทในถ้ำอชันตา ประเทศอินเดีย ส่วนผนังถ้ำฤาษีทางด้านตะวันตกปรากฏภาพจำหลักรูปพระพุทธรูปประทับยืน แสดงปางประทานอภัย บริเวณโดยรอบพระเศียรมีร่องรอยสีแดงติดอยู่จึงสันนิษฐานได้ว่าแต่เดิมคงจะมีการทาสีแดงที่องค์พระพุทธรูปด้วย และภายในพระอุโบสถ

 
       
 

ถ้ำฝาโถ บนผนังถ้ำทางด้านทิศใต้มีภาพจำหลักรูปพระพุทธรูปไสยาสน์ขนาดใหญ ่หันพระเศียรไปทางปากถ้ำ มีประภามณฑลหลังพระเศียร เหนือขึ้นไปเป็นภาพปูนปั้นรูปเทพชุมนุม และต้นไม้มีการตกแต่งด้วยริ้วผ้าและเครื่องประดับ ส่วนผนังถ้ำทางด้านทิศเหนือมีภาพพระสาวกจำนวน ๔ องค์ บางองค์ยืนพนมมือ บางองค์ยืนเอียงตนอยู่ในท่าตริภังค์ ลักษณะการสลักภาพลงบนผนังถ้ำนี้มีรูปแบบใกล้เคียงกับ ภาพสลักบนผนังถ้ำอชันตาในประเทศอินเดีย ที่สร้างขึ้นในราวพุทธศตวรรษที่ ๑๒ คูหาถ้ำฝาโถด้านในพบชิ้นส่วนพระพุทธรูปหินทรายแดงเป็นจำนวนมาก ส่วนบริเวณปากถ้ำมีร่องรอยของโครงหลังคามุงกระเบื้องดินเผาและแนวกำแพงก่ออิฐถือปูน ซึ่งสันนิษฐานว่าเป็นโบราณวัตถุและสถาปัตยกรรมในสมัยกรุงศรีอยุธยา

ถ้ำจีน ภายในถ้ำมีภาพจำหลักพระพุทธรูปปูนปั้นปรากฏอยู่บนผนังสององค์ โดยองค์ด้านในเป็นพระพุทธรูปประทับนั่งขัดสมาธิราบ ปางแสดงธรรมเทศนา องค์ด้านนอกเหลือเพียงครึ่งองค์ลักษณะคล้ายกับองค์แรก สันนิษฐานว่าเดิมคงจะสร้างขึ้นในสมัยทวารวดี (พุทธศตวรรษที่ ๑๒–๑๓) ต่อมาถูกดัดแปลงโดยพอกทับด้วยปูนปั้นในสมัยกรุงศรีอยุธยา


ถ้ำจาม ภายในถ้ำมีภาพจำหลักบนผนังทุกด้าน ด้านทิศเหนือเป็นภาพตอนยมกปาฏิหาริย์ที่เมืองสาวัตถี ประกอบ ด้วยภาพพระพุทธรูปประทับนั่ง แสดงปางสมาธิ และปางแสดงธรรมอยู่ท่ามกลางต้นมะม่วงที่มีผลอยู่เต็มต้น ซึ่งนิยมทำกันในสมัยทวารวดีดังปรากฏในภาพสลักหินและพระพิมพ์ การสร้างภาพตอนยมกปาฏิหาริย์นี้ได้รับอิทธิพลมาจากเรื่องพุทธประวัติในอรรถกถาภาษาบาลี ลัทธิหินยาน ส่วนผนังถ้ำทางด้านใต้ และด้านตะวันออกเป็นภาพปูนปั้นรูปบุคคลขี่คอซ้อนกันขึ้นไป และรูปพังพานพญานาคของพระพุทธรูปปางนาคปรก ผนังด้านตะวันตกเป็นภาพพระพุทธรูปไสยาสน์ แสดงปางปรินิพพาน

กรมศิลปากรประกาศขึ้นทะเบียนถ้ำฤาษี เป็นโบราณสถานของชาติในราชกิจจานุเบกษา เล่ม ๕๒ ตอนที่ ๗๕ เมื่อวันที่ ๘ มีนาคม ๒๔๗๘ และประกาศขึ้นทะเบียนถ้ำฝาโถ พระพุทธบาท ถ้ำจีน ถ้ำจาม เป็นโบราณสถานของชาติในราชกิจจานุเบกษา เล่ม ๙๑ ตอนที่ ๑๗๔ เมื่อวันที่ ๑๕ ตุลาคม ๒๕๑๗

 
 
 
 
 
http://www.fad1.go.th
เว็บไซต์สำนักศิลปากรที่ ๑ ราชบุรี สำนักโบราณคดี
กรมศิลปากร กระทรวงวัฒนธรรม