ในปลายสมัยรัชกาลที่ ๒ พระยามหาโยธา (เจ่ง คชเสนี) ขุนนางไทยเชื้อสายมอญได้นิมนต์พระราชาคณะฝ่ายรามัญนิกายมาเป็นเจ้าอาวาส วัดคงคารามเจริญรุ่งเรืองถึงขั้นสูงสุดในสมัยรัชกาลที่ ๔ มีชื่อเรียกเป็นภาษามอญว่า “เภี้ยโต้” แปลว่าวัดกลาง พระครูรามัญญาธิบดี เจ้าอาวาสเป็นที่เคารพนับถือมากกิจกรรมต่างๆ ของวัดได้รับการอุปถัมภ์โดยเจ้าจอมมารดากลิ่นในรัชกาลที่ ๔ และทูลเกล้าฯ ถวายให้เป็นพระอารามหลวง ซึ่งได้รับพระราชทานนามวัดใหม่ว่า “วัดคงคาราม”
หลักฐานทางด้านศิลปกรรมที่สำคัญภายในวัดได้แก่ ภายในพระอุโบสถของวัดมีจิตรกรรมฝาผนังเขียนเป็นรูปพระอดีตพุทธเจ้า ภาพเทพชุมนุม พุทธประวัติ และทศชาติชาดก ฝีมือช่างสกุลกรุงเทพฯ ช่วงปลายรัชสมัยของพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว (รัชกาลที่ ๓) ซึ่งมีความงดงามมาก โดยรอบพระอุโบสถมีเจดีย์แบบมอญจำนวน ๗ องค์ อันหมายถึงเมืองรามัญ ๗ เมือง นอกจากนี้ยังมีเรือนไม้สักทรงไทยขนาดใหญ่เป็นพิเศษที่มีงานสลักไม้อย่างวิจิตรที่บานหน้าต่าง คือ กุฏิเจ็ดห้อง และกุฏิเก้าห้อง
กรมศิลปากรประกาศขึ้นทะเบียนวัดคงคารามเป็นโบราณสถานของชาต ิในราชกิจจานุเบกษา เล่ม ๙๒ ตอนที่ ๑๓๖
เมื่อวันที่ ๒๑ กรกฎาคม ๒๕๑๘ |