พระที่นั่งคูหาคฤหาสนตั้งอยู่ภายในถ้ำพระยานคร บนไหล่เขาลูกหนึ่งของทิวเขาสามร้อยยอด ในพื้นที่เขตอุทยานแห่งชาติเขาสามร้อยยอด กิ่งอำเภอสามร้อยยอด จังหวัดประจวบคีรีขันธ์

ที่มาของชื่อ “ถ้ำพระยานคร” กล่าวกันว่าเนื่องจากพระยานครผู้ครองเมือง นครศรีธรรมราชเป็นผู้ค้นพบ แต่ยังไม่ทราบแน่ชัดว่าเป็นพระยานครท่านใด ระหว่างพระยานคร ซึ่งมีชีวิตอยู่ในช่วงสมัยกรุงศรีอยุธยา ในรัชสมัยสมเด็จพระนารายณ์มหาราช (พ.ศ.๒๑๙๙–๒๒๓๑) พระยานครผู้นี้ได้สั่งประหารศรีปราชญ ์ที่ถูกเนรเทศไปอยู่เมืองนครศรีธรรมราชโดยมิได้รับพระบรมราชานุญาต ในระหว่างเดินทางไปเข้าเฝ้า ได้แวะพักหลบคลื่นลม และหนีพระราชอาญาไปอยู่ที่ถ้ำแห่งนี้แต่สุดท้ายก็ถูกจับประหารชีวิต ส่วนพระยานครอีกท่านหนึ่งมีชีวิตอยู่ในสมัยรัชกาลที่ ๑ แห่งกรุงรัตนโกสินทร์ไทยมีสงครามกับพม่า (ตรงกับสมัยพระเจ้าปดุง) พระยานครถูกพม่าหลอกว่าตีเมืองแตกจึงหลบหนีไป ต่อมาเมื่อสอบสวนได้ความจริงแล้ว โปรดเกล้าฯ ให้กลับไปครองเมืองนครศรีธรรมราชตามเดิม ระหว่างเดินทางเกิดคลื่นลมจัด จึงหลบขึ้นไปบนเขาทำให้พบถ้ำแห่งนี้

         
     
       
         
พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว (รัชกาลที่ ๔) เสด็จประพาสยังถ้ำพระยานครเมื่อปี พ.ศ. ๒๔๐๒ ในคราวเสด็จพระราชดำเนินมณฑลปักษ์ใต้ ซึ่งในคราวนี้ได้มีการสร้าง “ ศาลาบ่อน้ำ ” ขึ้นที่บริเวณอ่าวชายทะเล ลักษณะเป็นศาลาเครื่องไม้มุงกระเบื้องดินเผา ขนาดความกว้าง ๑๐ ศอก มีทั้งหมด ๓ ห้อง พื้นศาลาทั้งหมดโบกปูน ห้องกลางของศาลามีบ่อน้ำจืด ๑ บ่อ ลักษณะเป็นบ่อขุดทรงกลม ขนาดความกว้างประมาณ ๔ ศอก ลึก ๖ ศอก ก่ออิฐเป็นขอบโดยรอบตั้งแต่ท้องบ่อขึ้นมา และทางเดินเรียงด้วยก้อนศิลาระยะทางประมาณ ๑๐ เส้นเป็นทางขึ้นเขา บ่อน้ำที่ชายทะเลนี้แต่เดิมเรียกกันว่า “ บ่อพระยานคร

ในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว (รัชกาลที่ ๕) ได้เสด็จถ้ำพระยานคร ในคราวเสด็จประพาสแหลมมลายูเมื่อปี พ.ศ.๒๔๓๓ แล้วโปรดเกล้าฯ ให้สร้างพลับพลาที่ประทับ ลักษณะเป็นพลับพลาทรงจตุมุข ความกว้าง ๒.๕๕ เมตร ความยาว ๘ เมตร และความสูง ๒.๕๕ เมตร เดิมยกพื้นใต้ถุนสูงประมาณ ๕๐ เซนติเมตร หลังคามุงกระเบื้อง ประกอบด้วย ช่อฟ้า ใบระกา หางหงส์ทำด้วยไม้สลักลายประดับกระจกที่มุขทุกด้านประดับกระจกเป็นลวดลายไทย ฝ้าเพดานภายในเขียนลายดาว โปรดเกล้าฯให้พระองค์เจ้าขจรจรัสวงศ์ จัดทำขึ้นที่กรุงเทพฯ โดยแล้วส่งไปก่อสร้างในถ้ำ เมื่อวันที่ ๒๐ มิถุนายน พ.ศ.๒๔๓๓ ได้เสด็จไปยกช่อฟ้าพลับพลาที่ประทับ และพระราชทานนามว่า “พระที่นั่งคูหาคฤหาสน์” ในการนี้ได้ลงพระปรมาภิไธยย่อ จ.ป.ร.ไว้ที่ผนังถ้ำด้านเหนือของพลับพลาด้วย
       

ในสมัยพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว (รัชกาลที่ ๖) กล่าวกันว่าเคยเสด็จที่ถ้ำพระยานครครั้งหนึ่งแต่ไม่ระบุว่าปีใด พระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว (รัชกาลที่ ๗) ได้เสด็จพระราชดำเนินไปประทับที่พระที่นั่งคูหาคฤหาสน์เมื่อวันที่ ๒๐ พฤศจิกายน พ.ศ.๒๔๖๙ และได้จารึกพระปรมาภิไธยย่อ ป.ป.ร. ไว้ที่ผนังถ้ำด้านตะวันตกของพลับพลา และพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช เสด็จพระราชดำเนินยังพระที่นั่งคูหาคฤหาสน์เป็นการส่วนพระองค์ ในวันที่ ๒๒ มิถุนายน พ.ศ.๒๕๐๑

กรมศิลปากรได้ประกาศขึ้นทะเบียนพระที่นั่งคูหาคฤหาสน์เป็นโบราณสถานของชาติในราชกิจจานุเบกษา เล่ม ๖๙ ตอนที่ ๖๐ เมื่อวันที่ ๓๐ กันยายน ๒๔๙๕

 
 
 
 
 
 
http://www.fad1.go.th
เว็บไซต์สำนักศิลปากรที่ ๑ ราชบุรี สำนักโบราณคดี
กรมศิลปากร กระทรวงวัฒนธรรม