ศาลพันท้ายนรสิงห์ มีเนื้อที่ประมาณ ๑๐๐ ไร่ ตั้งอยู่ในเขตตำบลพันท้ายนรสิงห์ อำเภอเมือง จังหวัดสมุทรสาคร เป็นแหล่งประวัติศาสตร์ที่เกี่ยวเนื่องกับพระราชพงศาวดารกรุงศรีอยุธยา

เรื่องพันท้ายนรสิงห์ ที่ระบุว่าเมื่อปีพ.ศ.๒๒๔๗ สมเด็จพระเจ้าเสือเสด็จโดยเรือพระที่นั่งเอกชัยจะไปประพาสเพื่อทรงเบ็ด ณ ปากน้ำเมืองสาครบุรี เมื่อเรือพระที่นั่งถึงตำบลโคกขามซึ่งเป็นคลองคดเคี้ยวและมีกระแสน้ำเชี่ยวกราก พันท้ายนรสิงห์ผู้ถือท้ายเรือพระที่นั่งมิสามารถคัดแก้ไขได้ทัน โขนเรือพระที่นั่งกระทบกับกิ่งไม้หักตกลงไปในน้ำ

             
     
             

พันท้ายนรสิงห์จึงกระโดดขึ้นฝั่งแล้วกราบทูลให้ทรงลงพระอาญาตามพระราชกำหนดถึงสามครั้ง ในสองครั้งแรกสมเด็จพระเจ้าเสือทรงพระราชทานอภัยโทษเนื่องจากเห็นว่าเป็นอุบัติเหตุสุดวิสัย แต่พันท้ายนรสิงห์กลัวว่าจะเสียพระราชกำหนดตามขนบธรรมเนียมโบราณ และเกรงว่าคนทั้งปวงจะครหาติเตียนดูหมิ่น
ในสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวแห่งตน จึงกราบทูลขอรับโทษตามพระราชกำหนดอีกเป็นครั้งที่สาม สมเด็จพระเจ้าเสือจึงต้องตรัสสั่งให้ประหารชีวิตพันท้ายนรสิงห์ตามคำขอ และโปรดให้สร้างศาลเพียงตาขึ้นบริเวณริมคลองโคกขาม และให้เอาศีรษะพันท้ายนรสิงห์กับโขนเรือพระที่นั่งซึ่งหักนั้นขึ้นพลีกรรมไว้บนศาลนั้น

ปัจจุบันศาลเก่าชำรุดหักพังลงไปเหลือแต่เสาปักอยู่ในน้ำ จึงได้มีการสร้างศาลขึ้นใหม่เป็นศาลก่ออิฐถือปูนทรงจตุรมุข ภายในประดิษฐานประติมากรรมรูปพันท้ายนรสิงห์เป็นรูปบุคคลแต่งกายเครื่องแบบทหารโบราณสวมหมวก มือถือพาย ศาลพันท้ายนรสิงห์นี้เป็นแหล่งประวัติศาสตร์สำคัญของจังหวัดสมุทรสาคร

กรมศิลปากรได้ประกาศขึ้นทะเบียนเป็นโบราณสถานของชาติในราชกิจจานุเบกษา เล่ม ๗๒ ตอนที่ ๒ เมื่อวันที่ ๔ มกราคม ๒๔๙๘ และเล่ม ๑๐๗ ตอนที่ ๑๑๓ วันที่ ๒๘ มิถุนายน ๒๕๓๓

         
       
     
 
 
 
 
 
 
http://www.fad1.go.th
เว็บไซต์สำนักศิลปากรที่ ๑ ราชบุรี สำนักโบราณคดี
กรมศิลปากร กระทรวงวัฒนธรรม