โรงงานน้ำตาลอินโดจีนเป็นโรงงานอุตสาหกรรมที่ทันสมัย มีวิศวกรโรงงาน ๖ คนผู้ช่วยวิศวกร ๔ คน เจ้าหน้าที่แผนกขนส่ง ๑ คน และเจ้าหน้าที่ประจำรถไถเครื่องจักรไอน้ำ (Steam Ploughs) ๑ คน นอกจากนี้ยังมีคนงานจีนอีกจำนวนกว่า ๓,๐๐๐ คน ซึ่งมากกว่าโรงหีบเล็กๆ แบบชาวบ้านแต่เดิมหลายสิบเท่า จึงทำให้ได้รับความสนใจจากพระมหากษัตริย์
พระบรมวงศานุวงศ์ และข้าราชการชั้นผู้ใหญ่เสด็จและเดินทางมาเยี่ยมชมโรงงาน
จดหมายเหตุสยามรีโปสิตารี (Siam Repository) ของหมอสมิท บันทึกไว้ว่า สมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว กรมพระราชวังบวรวิไชยชาญ และสมเด็จเจ้าพระยาบรมมหาศรีสุริยวงศ์ (ช่วง บุนนาค) ล้วนแล้วแต่เคยเสด็จมาเยี่ยมชมโรงงานแห่งนี้
ลักษณะการดำเนินกิจการของโรงงานน้ำตาลอินโดจีน เริ่มต้นด้วยการทำสัญญาระหว่างตัวแทนของบริษัทกับรัฐบาลสยาม ซึ่งสัญญามีใจความว่า รัฐบาลสยามอนุญาตให้บริษัทน้ำตาลอินโดจีนจัดตั้งโรงงานน้ำตาลทรายในบริเวณฝั่งขวาของแม่น้ำท่าจีน ตำบลดอนกระดี่ี อำเภอตลาดใหม่ เมืองนครชัยศรี (ปัจจุบันคือ ตำบลท่าไม้ อำเภอกระทุ่มแบน จังหวัดสมุทรสาคร) บริษัทมีสิทธิจับจองที่ดินเพื่อปลูกอ้อยและตั้งโรงงานไม่น้อยกว่าสามพันไร่ โดยบริษัทจะซื้อที่ดินจากราษฎรที่ครอบครองอยู่ตามราคาที่สมควร และเสียภาษีที่ดินตามราคาปกติ
การปลูกอ้อยนั้นบริษัทได้จัดการแบ่งที่ดินออกเป็นแปลงเพาะปลูกขนาดย่อยๆ ๒๐ แปลง แต่ละแปลงมีการตัดถนนผ่านเข้าไป เพื่อประโยชน์ในการใช้เครื่องจักรทำงานในไร่อ้อย และการลำเลียงอ้อยจากแปลงปลูกมายังโรงงานโดยเกวียนเป็นพาหนะหลัก ในระยะเวลาต่อมาความต้องการน้ำตาลจากประเทศสยามลดลง ข้าว เป็นสินค้าที่สำคัญเพิ่มมากขึ้น ประกอบกับน้ำตาลจากต่างประเทศมีคุณภาพดีกว่า ชาวสยามจึงหันไปปลูกข้าวเพื่อการส่งออกแทนทำให้โรงงานน้ำตาลในแถบนี้ลดปริมาณการผลิตลง และล้มเลิกไปในที่สุดเช่นเดียวกับ
โรงงานน้ำตาลอินโดจีนซึ่งได้ยุติกิจการลงในราวปี พ.ศ.๒๔๑๘ หรือห้าปีหลังจากเริ่มดำเนินการ |