กึ่งก่อนประวัติศาสตร์ (Proto-history) คือ ยุคที่ชุมชนหนึ่งชุมชนใดยังไม่มีการใช้ลายลักษณ์อักษร แต่เราจะทราบเรื่องราวของกลุ่มชนนี้ ได้จากการบันทึกของชุมชนอื่นๆ ที่อยู่ใกล้เคียงและเล่าเรื่องราวพาดพิงไปถึงหรือชุมชนที่มีตัวอักษรใช้แล้ว แต่ตัวอักษรหรือตัวหนังสือนั้นยังไม่มีผู้ใดอ่านออก เช่น จารึกที่พบที่เมืองฮารัปปา (Harappa) และเมืองโมเหนโจดาโร (Mohenjodaro) ในประเทศอินเดีย หรือชุมชนที่มีการบันทึกตัวอักษรแต่บันทึกไม่ต่อเนื่องกันเป็นเรื่องราว เช่น สมัยทวารวดีในประเทศไทย

สมัยทวารวดี

วัฒนธรรมทวารวดีพัฒนาขึ้นมาในราวพุทธศตวรรษที่ ๑๒–๑๖ (อายุราว ๑๒๐๐–๙๐๐ ปีมาแล้ว) โดยมีพื้นฐานจากการติดต่อแลกเปลี่ยนสินค้ากันระหว่างชุมชนดั้งเดิมในดินแดนประเทศไทย กับผู้คนจากภายนอกทั้งทางด้านตะวันตก คือ อินเดีย เปอร์เซีย โรม และทางตะวันออก คือ จีนตอนใต้ เวียดนามเหนือและชุมชนชายฝั่งทะเลอื่นๆ ทำให้กลุ่มคนในวัฒนธรรมดั้งเดิมยอมรับวัฒนธรรมจากภายนอกเข้ามาวิวัฒน์ ปรับเปลี่ยนจนมีเอกลักษณ์เฉพาะตนขึ้น

หลักฐานทางศิลปวัฒนธรรมที่ใช้แบ่งแยกวัฒนธรรมทวารวดีออกจากสมัยก่อนประวัติศาสตร์ คือ การยอมรับอิทธิพลวัฒนธรรมอินเดีย จนก่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงรูปแบบประเพณีดั้งเดิมเป็นต้นว่า การใช้ลายลักษณ์อักษรจารึกเรื่องราว การนับถือศาสนาซึ่งมีทั้งพุทธศาสนาฝ่ายหินยาน และมหายานรวมทั้งศาสนาฮินดูเข้ามามีบทบาทแทนความเชื่อดั้งเดิม และการเปลี่ยนแปลงประเพณีเกี่ยวกับการตายจากการฝังศพมาเป็นเผา เป็นต้น

         
  พระโพธิสัตว์ทวารวดี   เหรียญทวารวดี  
       
    ธรรมจักรศิลา  
         
 

คำว่า “ทวารวดี” นั้นปรากฏในจารึกอักษรปัลลวะภาษาสันสกฤต บนเหรียญเงินที่พบในเมืองโบราณที่มีคูน้ำคันดินล้อมรอบโดยเฉพาะอย่างยิ่งในภาคกลางของประเทศไทย เช่น ที่เมืองนครชัยศรีหรือเมืองนครปฐมโบราณ เมืองอู่ทอง จังหวัดสุพรรณบุรี เมืองคูบัว จังหวัดราชบุรี เมืองโบราณดงคอน จังหวัดชัยนาท และเมืองโบราณบ้านคูเมือง จังหวัดสิงห์บุรี เป็นต้น โดยจารึกทำนองเดียวกันว่า “ ศรีทวารวดี ศวรปุณยะ” แปลว่า “ บุญของพระผู้เป็นเจ้าแห่ง(ศรี) ทวารวดี ” หรือ “ พระเจ้าศรีทวารวดีผู้มีบุญอันประเสริฐ ” หรือ “ บุญของพระราชาแห่งทวารวดี ” ซึ่งนักวิชาการได้นำมาเป็นชื่อเรียกรูปแบบของวัมนธรรมหรือสกุลช่างทางศิลปะ ซึ่งได้รับอิทธิพลของศิลปะอินเดียแบบอมราวดี แบบคุปตะและหลังคุปตะปะปนอยู่ด้วย

หลักฐานจารึกบ่งชัดว่าในวัฒนธรรมทวารวดีมีระบบการปกครองที่มีกษัตริย์เป็นใหญ่ ในจารึกแผ่นทองแดงที่พบจากเมืองอู่ทอง กล่าวถึง วงศ์ของกษัตริย์ซึ่งพระนามของกษัตริย์ต่างลงท้ายด้วยคำว่า “ วรมัน ”

หลักฐานศิลปกรรมที่ยังคงเหลือร่องรอยปรากฏอยู่ในสถาปัตยกรรมและรูปเคารพที่เกี่ยวเนื่องกับศาสนา เช่น สถูปเจดีย์ ใบเสมา รูปประติมากรรมปูนปั้น พระพุทธรูป พระพิมพ์ และธรรมจักร

ลักษณะทางสังคมในสมัยทวารวดีนั้นเป็นสังคมเกษตรกรรมเพาะปลูกข้าวเป็นอาชีพหลัก เลี้ยงสัตว์ มีการหาของป่าล่าสัตว์ทั้งสัตว์บกและสัตว์น้ำ รู้จักการทอผ้าและผลิตภาชนะดินเผาไว้ใช้ในชุมชน อาชีพสำคัญอีกอย่างหนึ่ง คือ โลหะกรรมซึ่งพัฒนาสืบเนื่องมาจากสมัยก่อนประวัติศาสตร์

สภาพชุมชนมีระบบสังคมซับซ้อนยิ่งขึ้นหรืออาจจัดได้ว่าเป็นสังคมเมือง ร่องรอยของชุมชนสมัยทวารวดีบนผืนแผ่นดินไทยปัจจุบันปรากฏหนาแน่นในบริเวณภาคกลาง ภาคตะวันออก และภาคตะวันออกเฉียงเหนือ นอกจากนั้นยังพบว่ามีความสัมพันธ์กับ “ วัฒนธรรมหริภุญไชย ” ในทางภาคเหนือและ “วัฒนธรรมศรีวืชัย ” ของทางภาคใต้

 
 
 
 
 
http://www.fad1.go.th
เว็บไซต์สำนักศิลปากรที่ ๑ ราชบุรี สำนักโบราณคดี
กรมศิลปากร กระทรวงวัฒนธรรม