หว้ากอ ตั้งอยู่ในเขตตำบลคลองวาฬ อำเภอเมือง จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ในอดีตบ้านหว้ากอเป็นหมู่บ้านเล็กๆชายทะเลมีสภาพเป็นป่ารกทึบ จนกระทั่งในปี พ.ศ.๒๔๑๑ พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว (รัชกาลที่ ๔) ทรงคำนวณได้ว่าจะเกิดสุริยุปราคาเต็มดวงในประเทศสยาม วันที่ ๑๘ สิงหาคม พ.ศ.๒๔๑๑ โดยจะมองเห็นมืดหมดดวง ณ บริเวณพื้นที่ตำบลหว้ากอ แขวงเมืองประจวบคีรีขันธ์ ขึ้นมาถึงเมืองปราณบุรี ลงไปทางใต้จนถึงเมืองชุมพร

พระองค์จึงได้แปรพระราชฐานจากกรุงเทพฯ เสด็จไปประทับแรมที่พลับพลาชั่วคราว ณ ค่ายหลวงตำบลหว้ากอ เพื่อทอดพระเนตร ในครั้งนั้นได้พระราชทานพระบรมราชานุญาตให้นักปราชญ์ฝรั่งเศสมาตั้งกล้องดูสุริยุปราคาด้วย ซึ่งได้เกิดสุริยุปราคามืดหมดดวงตามที่ทรงคำนวณทุกประการ หลังจากเสด็จกลับกรุงเทพฯ แล้วทรงประชวรด้วยไข้ป่าจนสวรรคตในปีนั้นเอง

         
  ฐานเสาอาคาร    
       
     
         
 

เนื่องจากที่ประทับในครั้งนั้นสร้างเป็นตำหนักไม้รวมทั้งพลับพลา และทำเนียบต่างๆ ล้วนสร้างด้วยไม้ไผ่ มุงด้วยจากและใบตาล จึงไม่เหลือหลักฐานในปัจจุบัน โบราณสถานที่สำรวจพบส่วนใหญ่เป็นแท่นฐานก่ออิฐถือปูน จำนวน ๕ จุดสันนิษฐานว่าเป็นฐานตั้งอุปกรณ์ในการสังเกตการณ์สุริยุปราคา บางแห่งมีลักษณะคล้ายเตาไฟในการประกอบอาหารที่อยู่ในบริเวณที่ตั้งทำเนียบที่พัก ด้วยประวัติความสำคัญของหว้ากอ

กรมศิลปากรได้ประกาศขึ้นทะเบียนเป็นโบราณสถานของชาติในราชกิจจานุเบกษา เล่ม ๙๗ ตอนที่ ๑๖๓ เมื่อวันที่ ๒๑ ตุลาคม ๒๕๒๓ และกรมการศึกษานอกโรงเรียน กระทรวงศึกษาธิการได้จัดตั้งเป็น อุทยานวิทยาศาสตร์พระจอมเกล้า ณ หว้ากอ จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ตั้งแต่วันที่ ๑๖ มิถุนายน พ.ศ.๒๕๓๖ และดำเนินการต่อเนื่องมาจนถึงปัจจุบัน

 
 
 
 
 
http://www.fad1.go.th
เว็บไซต์สำนักศิลปากรที่ ๑ ราชบุรี สำนักโบราณคดี
กรมศิลปากร กระทรวงวัฒนธรรม